ที่มาของศูนย์ สปวท.

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ได้สนับสนุนให้สถาบันพัฒนาสยามจัดตั้งศูนย์ส่งเสริมและประสานงานการวิจัยเพื่อการปกครองตนเองของท้องถิ่น (ศูนย์ สปวท.) มาตั้งแต่ปี 2550 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ ดร. สมชัย  ฤชุพันธุ์ เป็นหัวหน้าโครงการ และมี รองศาสตราจารย์ สุรัสวดี หุ่นพยนต์ และ ดร. กนต์ธีร์ นุชสุวรรณ เป็นผู้ประสานงาน  ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนการพัฒนางานวิจัยด้านการปกครองตนเองของท้องถิ่นและการกระจายอำนาจในรูปแบบการวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-Based Research Approach) โดยศูนย์ สปวท. ได้ดำเนินการประสานงานวิจัยบนแนวคิดพื้นฐานหลัก 5 ประการคือ

(1)  การวิจัยต้องสามารถปรับใช้ประโยชน์ได้จริง มิใช่งานวิจัยที่ทำสำเร็จแล้วถูกเก็บไว้
(2)  เชื่อว่าการกระจายอำนาจเป็นสิ่งดี เป็นทิศทางการพัฒนาประเทศในอนาคต
(3) ต้องเป็นงานวิจัยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มีส่วนร่วมทำวิจัย เพื่อสร้างความเป็นเจ้าของงานวิจัยของคนในพื้นที่ ซึ่งจะส่งผลให้งานวิจัยถูกนำไปใช้ในเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน
(4) สนับสนุนการสร้างนักวิจัยใหม่ๆ ทั้งจากสถาบันการศึกษาและเจ้าหน้าที่ของ อปท.
(5) เชื่อในความแตกต่างของท้องถิ่น และเชื่อว่าการพัฒนางานวิจัยแบบการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area-Based Research) จะมีประสิทธิภาพมากกว่างานวิจัยในภาพรวมที่มุ่งหาแนวทางปฏิบัติกลางว่าจะส่งผลดีต่อการพัฒนาการปกครองตนเองของท้องถิ่นและการกระจายอำนาจ

ในด้านของแนวทางการทำงานนั้น ศูนย์ สปวท. มีแนวทางการพัฒนาเเรกเริ่มจากองค์ความรู้ที่ สปวท.มีอยู่เดิมในด้านการคลังก่อนและจากงานวิจัยพบว่าความมีอิสระด้านการคลังจะเป็นปัจจัยสู่ความสำเร็จของการกระจายอำนาจและการปกครองตนเองของท้องถิ่น  ดังนั้น ในกระบวนการหาโจทย์วิจัยจึงเป็นการลงพื้นที่เพื่อให้ความรู้เรื่องการกระจายอำนาจในรูปแบบ “การเคลื่อนไหวทางความคิด” แก่ผู้นำและกลุ่มผู้นำของ อปท. และรับฟังปัญหาที่ อปท. มีความสนใจ “ร่วมทำงานวิจัย” กับศูนย์ สปวท. และเมื่อศูนย์ สปวท. ได้โจทย์วิจัยจาก อปท. ที่ชัดเจนแล้วทางศูนย์ สปวท. จะใช้การทาบทามนักวิจัยที่มีชื่อเสียงหรือเป็นข้าราชการในส่วนกลางที่รับผิดชอบเรื่องนั้นๆ โดยมีแนวคิดการทำงานที่สำคัญว่า นักวิจัยจากส่วนกลางเป็น “พี่เลี้ยงและที่ปรึกษา” ให้นักวิจัยจาก อปท.  และงานวิจัยดังกล่าว อปท. เป็นเจ้าของงานวิจัย ทั้งนี้เพื่อให้การพัฒนางานมีความยั่งยืน  อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ในช่วงปี 2555 เป็นต้นมา ศูนย์ สปวท. ได้เน้นการสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่มากขึ้น ผ่านการประกาศทุนวิจัยตามโจทย์ที่ ศูนย์ สปวท. ได้รับจากการจัดทำยุทธศาสตร์ประจำปี

จากแนวทางการทำงานวิจัยดังกล่าว ศูนย์ สปวท. มีการจัดการความรู้โดยใช้การจัดทำเวทีสังเคราะห์องค์ความรู้เพื่อสกัดความรู้ใหม่จากงานวิจัยที่ทำไปแล้ว  และจัดการความคิดใหม่ที่ได้บนพื้นฐานของการจัดทำ “ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจและการปกครองตนเองของท้องถิ่น” ที่ทีมผู้ประสานงานมีการประเมินยุทธศาสตร์การปกครองตนเองของท้องถิ่นและการกระจายอำนาจอย่างสม่ำเสมอโดยใช้เครื่องมือเช่น การทำ Force Field Analysis เพื่อช่วยจัดลำดับความสำคัญของงานที่ต้องทำ และนำเสนอในเวทียุทธศาสตร์ประจำปีเพื่อเสนอแนะช่องว่างของงานวิจัยและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ

นอกจากการส่งเสริมและสนับสนุนพัฒนางานวิจัยที่เริ่มตั้งแต่การพัฒนาแนวคิดการกระจายอำนาจ โดยเฉพาะการกระจายอำนาจทางการคลัง การพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการด้านต่างๆขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการพัฒนาองค์ความรู้ต่างๆ ด้านการกระจายอำนาจและการปกครองตนเองของท้องถิ่นแล้ว ศูนย์ สปวท. ยังเล็งเห็นความสำคัญของการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งานวิจัยให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง ทั้งนี้เพื่อเปลี่ยนความคิดในเชิงลบต่อการทำงานของ อปท. ให้เป็นความคิดในเชิงบวกต่อ อปท. ผ่านการจัดประชุมสัมมนาประจำปี ( Annual Conference) นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ความคิดเห็นกันอย่างจริงจัง เพื่อหาทางช่วยกันสนับสนุนการพัฒนาองค์กรปกครองตนเองของท้องถิ่นในแง่มุมต่างๆ

ทั้งนี้ เพื่อให้โครงการวิจัยและพัฒนาที่กำลังดำเนินการอยู่ และที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ได้ดำเนินการอย่างสอดคล้อง และเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน รวมทั้งสามารถขยายผลของการวิจัยและพัฒนาให้กว้างขวางเกิดประโยชน์ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่เป็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ส่งผลให้เกิดการปกครองตนเองของท้องถิ่น อีกทั้งเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาที่สามารถยังประโยชน์ในขอบเขตที่กว้างขวาง อันจะสามารถช่วยเร่งการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่การปกครองตนเองของท้องถิ่นและกระจายอำนาจได้อย่างเป็นจริง

วัตถุประสงค์ของศูนย์ สปวท.

1.เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยในประเด็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการปกครองตนเองของท้องถิ่นที่มีฐานมาจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคประชาชน เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่ใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริงให้มากยิ่งขึ้น

2.เพื่อประสานงานการวิจัยและพัฒนา ตามประเด็นในข้อ 1 ให้สามารถดำเนินการอย่างสอดคล้องและเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน

3.เพื่อริเริ่มสร้างฐานข้อมูลความรู้การดำเนินงานและการพัฒนาท้องถิ่นที่ดี เพื่อนำไปขยายผลการจัดการความรู้ของท้องถิ่น และการวิจัยและพัฒนาให้เกิดประโยชน์ในขอบเขตที่กว้างขวาง เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่จะเกิดการปกครองตนเองของท้องถิ่นที่เป็นจริง

4.เพื่อให้การวิจัยและพัฒนาในประเด็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นและการปกครองตนเองของท้องถิ่น มีส่วนร่วมและเกื้อหนุนต่อโครงการวิจัยและพัฒนาอื่นๆ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ในการพัฒนาการบริหารจัดการที่ยึดพื้นที่เป็นหลัก ( Area Based Management )

5.เพื่อให้การวิจัยและพัฒนาในประเด็นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น และการปกครองตนเองของท้องถิ่น ได้มีส่วนเอื้อประโยชน์ต่อการทำงานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถผนวกเข้ากับประชาชนในท้องถิ่นได้ ด้วยการเปิดช่องทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อรับใช้และทำประโยชน์แก่ประชาชนในท้องถิ่นได้อย่างสอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง